Animal series

posted on 09 Aug 2008 22:39 by shadowwind
สวัสดีทุกๆท่าน
หลังจากที่ได้หายไปนาน เเสนนาน Shadow ก็ได้คืนชีพกลับมาเเล้ว
555+ เอาเถอะ... ช่วงนี้ไม่ค่อได้อัพบล๊อกเลย เพราะ
ยุ่งมากๆ ไหนจะเรื่องเรียน เเละเรื่องนอนเเต่ละวันให่ได้วันละ 10 ชั่วโมงอีก
(คนอ่าน: เวอร์!! เด็กหมาลัยที่ไหน เขานอนวันละ 10
ชั่วโใมงกัน) เอาเหอะ มาอัพคราวนี้ Shadow มีเรื่องจะประกาศให้ทราบ
เรื่องนั้นคือ Shadow มีกล้องเป็นของตัวเองเเล้ว หลังจาก
ที่รอมานานเเสนนานพูดถึงตรงนี้คงมีคนสงสียหล่ะสิว่า เเล้วรูปที่ผ่านๆมา
Shadow ถ่ายมาได้ไง... เอ้า...ทาย...ให้เวลา 3 วิ
3...2...1...หมดเวลา ท่านอดได้รางวัลเงินล้าน!! (คนอ่าน: เกี่ยวไหมเนี่ย??)
คำตอบก็คือ ขอยืมกล้องของน้ามายังไงหล่ะ
มีอีกคำถามให้ตอบกัน คำถามนั้นคือ ในกล้องของShadowส่วนใหญ่เป็น
รูปอะไร?...อ้ะๆตอบว่ารูปคนกันหล่ะสิ ขอบอกเลย
ว่าเก่งกันมากๆ ที่ตอบ...ผิด กล้องของShadow เต็มไปด้วยรูปสัตว์ต่างหาก
จนพี่สาวต้องบอกให้ถ่ายรูปอย่างอื่นบ้างเลยทีเดียว
เอาหล่ะ...เริ่มรู้สึกตัวเองพูดมากไปเเล้ว ไปดูรูปที่มีอยู่เต็มกล้อง Shadow กันดีกว่า...
**************************************
Animal series
เต่า 3 ตัวนี้ Shadow ถ่ายจากหน้าตึกเรียนของตัวเอง เป็นไงบ้าง น่ารักไหม มีเหยียดขาด้วย สงสัยมันคงเมื่่อยขาหล่ะมั้ง !!
 
กระรอกที่เเสนภูมิใจ 555+
 
 
รูปนี้ก็เป็นอีกรูปหนึ่่งที่ Shadow่ถ่ายเเถวๆคณะของตัวเอง รูปนี้ขอบอกเลยว่าพอถ่ายได้ดีใจมากเลย เที่ยวเอาไปอวดใครต่อใครจนคนเขารำคาญไปตามๆกัน 55+
 
 
รูปนี้ออกจากคณะเเล้วหล่ะ เป็นรูปที่ถ่ายได้ตอนไปรอเเม่ที่ร้านทำผม ว่าเเต่ใครก็ได้ช่วยบอกทีได้ไหม ว่าเเมวตัวนี้ มันกำลังหาอะไรอยู่ในพุ่มไม้อ่ะ??
 
 
หมาสองตัวนี้...งงหล่ะสิ ว่าทำไมเอามาลงเป็นคู่ คำตอบก็คือเพราะมันมีความเกี่ยวข้องกันยังไงหง่ะ หมาสองตัวนี้เป็นหมาประจำค่ายที่ Shadow ไปมา ถ้าจำไม่ผิด รูสึกว่าจะชื่อว่าคาวีกับนารินทร์มั้ง (ถ้าผิดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยน้า) ที่พวกเรายกให้มันเป็นหมาประจำค่ายก็เพราะ ทุกครั้งที่พวกเรามาทำกิจกรรมกัน เพื่อนหน้าขนสองตัวนี้ก็ต้องมาเเจวด้วยเสมอ เด็กค่ายทุกคนเป็นพยานในเรื่องนี้ได้จ้า
 
 
รูปนี้ถ่ายได้ที่ร้านทำผมของเเม่เหมือนกัน ยังไงก็ช่วยฟังคำขอร้องของเเมวตัวนี้หน่อยน้า
 
 
สวัสดี คนที่หลงเข้ามาทุกๆคน วันนี้มีข่าว
 
จะเเจ้งด้วยหล่ะ ข่าวนั้นคือ เลือดของShadow กลายเป็นสีชมพู
 
ไปเเล้ว!! อ้ะ...อย่าพึ่งเข้าใจผิด เราไม่ได้มี
 
เรื่่องความรักเข้ามาย่ำกรายหรอกนะ เพียงเเต่รั้วจามจุรีเปิดรับ Shadowเเล้ว
 
ดีใจที่สุดเลย
 
อ้อจริงสิ ขอถือโอกาสนี้ยินดีกับเพื่อนๆทุกคนที่ประสบความสำเร็จด้วยเลย
 
เเล้วกันนะ ... อ้อ สำหรับคนที่พลาดหวังไป
 
ไม่เป็นไร จะอยู่ที่ไหนไม่สำคัญ ศักดิ์ศรีเท่ากันหมดนะ ขอให้เป็นคนดีก็พอ..
 
55+ หลายคนอาจจะสงสัย ทำไมวันนี้ Shadowดูเป็นคน
 
ดีจัง (คนอ่าน: ตรงไหน) ก็วันนี้Shadow จะเอารูปวัดมาฝากกาน อยากดูกัน
 
เเล้วใช่ไหมหล่ะ ไปดูกันเถอะ
 
*******************
 
ภาพถ่ายฝีมือShadow
 
 
 
ภาพนี้เป็นภาพถ่ายจากบนรถ เห็นต้นไม้เยอะเเยะเลยใช่ไหม ที่นี่ต้นไม้เยอะมากเลย เห็นบอกว่าที่ต้องปลูกไว้มากๆ เพื่อกันฝุ่นตอนพายุทรายมา เเต่โชคเข้าข้างคณะที่ไปมาก ไมาเจอพายุทรายเลย ดีจัง ถ้าเจอคงหมดสนุกไปเยอะ
 
 
ประตูวัดลามะ...วัดลามะเป็นวัดของศาสนาพุทธ เเต่นิกายลามะ เป็นนิกายของทางธิเบตหล่ะ
 
 
 
 
อันนี้เป็นโลกทั้ง 3 ข้างบนเป็นสวรรค์ ตรงกลางเป็ลโลกมนุษย์ ข้างล่างเป็นนรก ว่ากันว่า...ถ้าโยนเหรียญไปตกส่วนไหน จะได้ไปอยู่ที่นั่น คือ ถ้าโยนเหรียญไปตกบริเวณที่เป็นสวรรค์ก็จะได้ขึ้นสวรรค์ แต่เชื่อไหม เหรียญตกข้างล่างเต็มเลย
 
 
ป้ายที่แขวนอยู่บนซอกหลังคา เชื่อไหมที่เขียนอยู่เนี่ย คำเดียวกันหมด เเต่เขียนเป็น 4 ภาษาเท่านั้นเอง
 
 
บรรยากาศการหาที่พึ่งทางใจฉบับคนที่นี่ สังเกตุการจับธูปให้ดี เท่าที่เห็นก็เเตกต่างกัน 2 เเบบเเล้ว 
 
 
(ภาพนี้ คนถ่ายแอบภูมิใจ) เมื่อเห็นภาพนี้เเล้วหลายคนอาจจะงง ไอ้ไม้ยาวๆที่เด็กถืออยู่คืออะไร เฉลย มันคือธูปนั่นเอง!! คนที่นี่เขาเชื่อกันว่า ธูปยิ่งยาว คำอธิฐานยิ่งไปถึงพระเจ้าเร็วเท่านั้น เขาเลยนิยมใช้ธูปยาวๆมาไหว้กัน
 
 
 
 มังกร สัญลักษณ์ของฮ่องเต้ เเต่เอ...สังเกตุไหมว่ามังกรตัวนี้ ไม่มีหนวด!!เห็นไกด์บอกว่าที่ไม่มีหนวด มังกรตัวนี้จะได้ไม่บินหนี เเละไม่มีพลังอำนาจ ...พูดอย่างนี้หลายคยอาจงง บอกใบ้ให้ก็ได้ ภาพนี้ถ่ายจาก พระราชวังฤดูร้อนไง
 
 
รูปดอกโบตั๋น ดอกไม้เเสนสวยของที่นี่
 
 
เรือหิน...เรือที่เอางบประมาณทั้งหมดของกองทัพเรือไปสร้าง เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงของซูสีไทเฮา ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะว่า ผลการรบครั้งนั้นเป็นยังไง
 

 
 มุมหนึ่งของพระราชวังฤดูร้อน ที่นี่มีทะเลสาบข้างในด้วย!!
 
 
เดินเหนื่อยๆ ถึงเวลานวดเท้ากันเเล้ว เเต่ก่อนอื่นก็มีวิทยาการ (พูดไทยได้อย่างชัดเจนคล่องเเคล่ว) มาพูดเเนะนำ ระหว่างที่พวกเราเเช่เท้า(ที่เเสนเมื่อย)ในนำ้อุ่น+ถุงยา
 
 
เเช่เท้า...เเสนสบาย เเละปิดท้ายการอัพวันนี้ด้วยรูปน
 
 
 
 
บรรยากาศสบายๆยามราตรีไง
 
ตำนานคนบ้ากล้องภาค 2 ก็คงจะต้องจบลงเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันใหม่ ภาค 3 น้า
 
 
 
 
สวัสดีอีกครั้งนะทุกๆคน เป็นไงคิดกันไหม?
วันนี้ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็อย่างที่ titleบอกไปแล้วว่า เราจะขอ
เปลี่ยนบล็อคจากนิยาย เป็นภาพถ่ายเเทน
เรื่องนี้ก็สืบเนื่องมาจากเราไปเที่ยวมา 4 วันเเละถ่ายภาพ
เเละถ่ายภาพมาทั้งหมด 362 ภาพ!! ก็เลยรู้ซึ้งเลย
ว่าคนบ้ากล้องมันมีจริง 555+ แต่ก็
เอาเถอะ ภาพส่วนใหญ่เเทนที่จะเป็นคนกลับเป็นภาพวิวไป
ซะงั้นอ่ะ เเต่ภาพคนก็มีนะ...เอาเถอะ รู้อย่าง
เดียวว่าตอนนี้อยากเรียนเเต่งภาพให้เก่งกว่านี้โฟ้ย (ขออนุญาติใช้คำ
ไม่สุภาพน้า) พูดมากไปแล้ว มาดูรูปบางรูปที่คัดมาก็เเล้ว
กานนะ (จะลงหมดทั้ง 362 รูปก็เกรงใจคนดู)
ไปดูกันเลย!!
***************************
ภาพถ่ายประกอบเรื่องราว ฝีมือshadowเอง
  
 a person trying to commit a suicide
 
พอเห็นภาพนี้หลายคนอาจจะงงว่ามันภาพอะไร เข้ามาดูใกล้ๆสิ โดยเฉพาะตรงวงเเดงๆ พอจะเดาออกไหมว่าเป็นภาพอะไร เอ้า...ให้เวลา 3 วิ 3...2...1...หมดเวลา เฉลยนะ เป็นภาพของคนที่คิดจะโดดเสาไฟฟ้าเเรงสูงลงมา เเต่ดูเหมือนตอนนี้เขาจะเปลี่ยนใจเเล้ว เเต่ดูเหมือนจะมีปัญหาซะเเล้ว...จะลงยังไงดีหล่ะเนี่ย?
 
all gathered
 
มาดูภาพที่สองกันดีกว่า ภาพนี้ Shadow ไม่ได้เป็นคนถ่ายหรอกนะ ก็จะไปถ่ายได้ไงหล่ะ ก็มี shadowอยู่ในภาพด้วยนี่นา ภาพนี้เป็นภาพคณะที่ไปด้วยกันทั้งหมด เชื่อไหมว่าทั้งหมดนี่ญาติกันหมดเลย(อ้อ ยกเว้นผู้หญิงผมสั้นตรงกลาง คนนั้นไกด์) เเล้วshadow อยู่ไหนหว่า?
 
 
 
เห็นไส้เดือน...เอ้ยไม่ใช่...มังกรสองตัวในภาพไหม รู้รึเปล่า มังกรเป็นสัญลักษณ์ฮ่องเต้ก็จริง เเต่ไม่ถือเป็นสัตว์ศักสิทธิ์ของคนที่นี่หรอกนะ
 

เห็นกำเเพงเเบบนี้คงงงหล่ะสิท่าว่าจะถ่ายมาทำไม เหตุผลที่ถ่ายมาก็เพราะกำเเพงนี้มีเรื่องราว กำเเพงนี้เป็นกำเเพงล้อมรอบหอฟ้าเทียนถานเป็นวงกลม เชื่อไหมว่าสมัยก่อนถ้าพูดกับกำเเพงฝั่งหนึ่ง คนที่ยืนอยู่ข้างกำเเพงอีกฝั่งจะพูดคุยโต้ตอบกันได้ ลองเเล้ว...พบว่าเเม้เวลาจะผ่านมานาน กำเเพงนี้ก็ยังใช้ได้!!
 
 
กำเเพงเมื่อกี้อยู่ล้อมรอบสิ่งก่อสร้างนี้ ตัวหอฟ้าเทียนถานไง (model)
 
 
ต้นไม้ต้นนี้ อย่าคิดนะว่าเป็นต้นไม้ธรรมดา เพราะต้นไม้ต้นนี้มีชื่อว่า "มังกร 9 ตัว" (คนอ่าน:มันก็ต้นไม้ธรรมดาแหละ) เพราะมีคนบอกว่าลำต้นมันเหมือนมีมังกร 9 ตัวพันกันอยู่ อ้อ..เห็นป้ายสีส้มๆนั่นไหม นั่นเป็นป้ายที่เเสดงว่าต้นไม้ต้นนี้มีอายุกว่า 300 ปีเเล้วนะ
 
 
 
ออกจากหอฟ้าเเล้วกำลังจะไปจตุรัส เทียนอันเหมิน ระหว่างทางเจอป้าย count down olympic เลยถ่ายรูปมาฝากกัน อ้อบุรุษสองคนข้างล่าง ไม่ใช่ใครอื่น เเต่เป็นตำรวจของเขานะ
 

 
อ่านี่ ... เป็นอนุสาวรีย์ที่จตุรัสเทียนอันเหมือนหล่ะ บนนั้น ถ้าจำไม่ผิด เห็นพ่อบอกว่าสลักชื่อนักศึกษาทีต่อสู้ในเหตุการณ์เทียนอันเหมินไว้ด้วยมั้ง
 

ไหนๆมาเทียนอันเหมิืนเเล้ว คนคนนี้คงจะไม่พูถึงไม่ได้สินะ ก็ประธานเหมายังไงหล่ะ คนสำคัญเลยนะเนี่ย
 
เอาหล่ะ ตำนานคนบ้ากล้องภาค 1 ก็คงจะจบเพียงเท่านี้ (จริงๆควรมีรูปพระราชวังต้องห้ามต่อ เเต่นะพอดีกล้องเเบตหมด เซ็งไปเลย) เเล้วไว้เจอกันใหม่ในภาค 2 เร็วๆนี้นะ วันนี้ลาหล่ะ